วิริยะประกันภัย ภูเก็ต

Viriyah Insurance Phuket

เคลียร์ข้อสงสัย เคลมสดกับเคลมแห้งต่างกันอย่างไร ?!

เชื่อว่าผู้ใช้รถทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือ การโทรเรียกประกันให้มาในที่เกิดเหตุเพื่อเคลมประกัน โดยการเคลมประกันจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ การเคลมสด (Fresh Claim) และ การเคลมแห้ง (Dry Claim) แน่นอนว่าหลายคนยังคงสงสัยและมีคำถาม โดยเฉพาะใครที่ยังไม่เคยเคลมประกันรวมถึงผู้ขับขี่มือใหม่ ว่าเคลมสด เคลมแห้งคืออะไรและต่างกันยังไง วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน

เคลมสด คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร

          เคลมสด คือ การเคลมที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทันที โดยที่ยังมีคู่กรณีอยู่ด้วย ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งจะเป็นการโทรติดต่อกับเจ้าหน้าที่ประกันให้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบและออกใบเคลมประกัน เพื่อให้ส่งซ่อมกับอู่ในเครือหรืออู่ใกล้บ้าน โดยใบเคลมจะมีอายุ 1 ปี

ขั้นตอนการเคลมสด มีดังนี้

  1. เมื่อเกิดเหตุขึ้นให้ตั้งสติและนำมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเอาไว้เป็นหลักฐาน หรือจดทะเบียนรถคู่กรณีเอาไว้

  2. โทรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือ Call Center ของบริษัทประกันภัยที่ทำอยู่ หากเป็นลูกค้าของวิริยะให้โทร 1557 เพื่อติดต่อประสานงานให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ พร้อมกับแจ้งลักษณะการเกิดเหตุ ทะเบียนรถยนต์และสถานที่ให้ชัดเจน

  3. หากมีคนเจ็บ ให้ทำการโทรเรียกรถพยาบาลก่อน

  4. เมื่อเจ้าหน้าที่ประกันมาถึงจุดเกิดเหตุ จะตรวจสอบความเสียหายรอบคันรถอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเสียหาย จากนั้นจะออกใบเคลมรายการความเสียหายให้กับผู้เอาประกัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานนำไปยื่นเคลมประกัน

เคลมแห้งคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร

     เคลมแห้ง คือ การเคลมประกันรถที่ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ประกันเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ เป็นการเคลมประกันหลังจากเกิดอุบัติเหตุไปแล้วและผู้เอาประกันทำการแจ้งประกันภายหลัง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นอุบัติเหตุที่มีความเสียหายเล็กน้อยโดยคุณสามารถนำรถไปส่งเคลมประกันได้ที่อู่ในเครือของบริษัทประกันหรืออู่ใกล้บ้านได้เลย เนื่องจากอาจเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี ทั้งนี้สามารถเข้าไปแจ้งเคลมได้ทุกเวลาก่อนที่กรมธรรม์ประกันที่ทำอยู่จะหมดอายุ ไม่เช่นนั้นผู้เอาประกันจะต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมเองทั้งหมด

ขั้นตอนการเคลมแห้ง มีดังนี้

  1. โทรแจ้ง Call Center ของบริษัทประกันภัยที่ทำอยู่ก่อนที่จะนำรถเข้าไปซ่อม

  2. แจ้งวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุและสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุกับเจ้าหน้าที่

  3. ระบุวันที่จะนำรถเข้าไปเคลมที่อู่หรือศูนย์ซ่อมของบริษัทประกันภัยที่ทำอยู่

  4. ผู้เอาประกันสามารถนำรถเข้าไปซ่อมที่อู่หรือศูนย์ซ่อมของประกันรถยนต์ที่ทำอยู่ได้เลย ตามวันและเวลาที่ระบุ

เอกสารที่ใช้ในการเคลมประกันรถยนต์

ไม่ว่าจะเป็นการเคลมสด เคลมแห้ง จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนที่จะนำรถเข้าไปเคลม โดยจะมีเอกสารจำเป็นที่ต้องใช้ ดังนี้

    • กรมธรรม์ประกันรถยนต์

    • สำเนาทะเบียนรถ

    • สำเนาใบขับขี่

เคลมสด เคลมแห้ง แตกต่างกันอย่างไร

การเคลมสด และ เคลมแห้ง จะแตกต่างกันในส่วนของระยะเวลาแจ้งเคลมประกัน หากเป็นอุบัติเหตุหนัก รถได้รับความเสียหายจนไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ หรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แล้วแจ้งเคลมประกันทันที แบบนี้เรียกว่า “เคลมสด” แต่หากเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยและไม่มีคู่กรณี หรือมีคู่กรณีก็ตาม แต่เป็นร่องรอยเล็กน้อยที่รถสามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ และไม่ได้เป็นการแจ้งเคลมทันทีหลังจากเกิดเหตุ แบบนี้เรียกว่า “เคลมแห้ง” 

Vclaim On Vcall วิริยะ

นอกจากนี้สำหรับการเคลมแห้ง ลูกค้าประกันรถยนต์วิริยะสามารถใช้นวัตกรรม Vclaim On Vcall เพื่อทำการนัดหมายผ่านระบบวิดีโอคอลได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องนำรถมาเคลมที่ศูนย์ซ่อมหรือสาขาภายในเครือ เพียงทำนัดหมายบริการ ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไปพร้อมกับส่ง SMS เข้าไปที่เบอร์มือถือของผู้เอาประกัน เพื่อให้ทำการตอบรับระบบ Vclaim On Vcall 

Vclaim On Vcall มีขั้นตอนการเคลม ดังนี้

  • ถ่ายภาพใบขับขี่ของผู้เอาประกัน

  • ถ่ายภาพรถด้านหน้าให้เห็นป้ายทะเบียนรถให้ชัดเจน

  • ถ่ายภาพบาดแผลความเสียหายที่ต้องการเคลม

  • ทำการยืนยันบาดแผลที่ต้องการเคลม โดยการวงกลมเพื่อทำการยืนยัน

  • แจ้งข้อมูลที่มาของรอยแผลให้เจ้าหน้าที่ทราบ

เมื่อทำครบทุกขั้นตอนแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการวางสายและทำการส่งใบรับรองความเสียหายทรัพย์สิน (อบ.4) ให้กับลูกค้าทางมือถือ โดยลูกค้าสามารถโหลดใบรับรองความเสียหายนี้ใช้เป็นหลักฐานในการเคลมรถ ทั้งอู่ในเครือหรือศูนย์ซ่อมของวิริยะได้เลย

 

เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณสามารถสร้างความเข้าใจระหว่างเคลมสด เคลมแห้ง มีความแตกต่างกันยังไงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นประโยชน์หากเกิดเหตุขึ้นกับคุณหรือคนรอบตัว ก็สามารถแนะนำให้ทำตามขั้นตอนดังกล่าวได้ ที่สำคัญเมื่อทำการเคลมประกัน ไม่ว่าจะเป็นเคลมสดหรือเคลมแห้ง ก็อย่าลืมขอข้อมูลการติดต่อของเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องเอาไว้ด้วย เพราะหากมีปัญหาจะได้ทำการติดต่อประสานงานได้รวดเร็ว 

หลังจากทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเคลมสด เคลมแห้ง กันไปแล้ว ก็อย่าลืมหันมาใส่ใจเรื่องประกันรถยนต์กันด้วย เพราะหากรถที่ขับอยู่ไม่มีประกันรถยนต์ คุณก็ไม่สามารถทำการเคลมได้ อีกทั้งยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมเองทั้งหมด  รวมถึงต้องหาอู่ที่ไว้ใจได้ในการนำรถเข้าไปส่งซ่อมอีกด้วย 

สำหรับใครที่สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://viriyahphuket.com/ หรือโทรสอบถามที่เบอร์ 090-279-9449

บทความอ้างอิง # บริษัท วิริยะประกันภัยจำกัด(มหาชน)
<< Share >>
MENU

LOGIN
YOUR IN ACCOUNT