วิริยะประกันภัย ภูเก็ต

Viriyah Insurance Phuket

3 แบบทดสอบใบขับขี่ แบบวัดความพร้อมนักขับ

  • 3 แบบทดสอบใบขับขี่ แบบวัดความพร้อมนักขับ


        การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถนั้น ว่ากันว่ายากพอๆกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยทีเดียว จากประสบการณ์ของผู้เขียนเองเคยพบกับผู้ที่มาสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถถึงเกือบ 60 ครั้งจึงจะสอบผ่าน ถือว่ามีความพยายามสูงมากจริงๆค่ะ แต่ก็อยากให้ทุกท่านเข้าใจว่าการสร้างมาตรฐานการทดสอบในระดับที่ค่อนข้างสูงนั้น จุดมุ่งหมายก็เพื่อผลิตผู้ขับขี่ที่มีคุณภาพออกสู่ท้องถนน ด้วยความคาดหวังว่าผู้ใช้รถผู้ใช้ถนนที่มีคุณภาพ จะมีส่วนสำคัญในการช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกทางหนึ่งค่ะ 

        ซึ่งมาตรฐานการทดสอบในปัจจุบันก็ยังไม่ใช่มาตรฐานที่หลายฝ่ายพอใจนักนะคะ  และในอนาคตอันใกล้นี้ กรมการขนส่งทางบกก็จะมีการยกระดับมาตรฐานการทดสอบให้สูงขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้นการไปทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถก็คงไม่ต่างจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั่นแหละค่ะ ปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดความสำเร็จก็คือ การเตรียมความพร้อม ก่อนที่จะไปทดสอบจริง ยิ่งมีความพร้อมมาก ก็จะเพิ่มโอกาสการประสบความสำเร็จในการทดสอบนั้นๆคะ ดังนั้นบทความนี้จะพาท่านไปเตรียมความพร้อมกับแบบทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถทั้ง 3 ด่านกันค่ะ


    แบบทดสอบที่ 1 ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

        ด่านนี้ถือว่าเป็นด่านแรกที่จะทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายเบื้องต้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ ถือเป็นแบบทดสอบที่สำคัญมากๆ ก่อนที่จะไปทดสอบด้านอื่นๆ ซึ่งประกอบไปด้วยการทดสอบ 4 ประเภทด้วยกันดังนี้

        1.1 ทดสอบการมองเห็นสี ที่จำเป็นในการขับรถ  ถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการแยกแยะสีต่างๆ โดยเฉพาะสีที่จำเป็นในการใช้รถใช้ถนน คือ การจำแนกสีของไฟจราจร ซึ่งผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา ได้แก่ ตาบอดสี จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมาก
        1.2 ทดสอบสายตาทางลึก เพื่อทดสอบความสามารถในการกะระยะ ซึ่งมีความสำคัญต่อการขับรถบนถนนจริงมาก การกะระยะและการคาดคะเนที่ดีจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยได้มากขึ้นไปด้วย
        1.3 ทดสอบสายตาทางกว้าง การใช้สายตาทางกว้างมีความจำเป็นอย่างมากในการตรวจสอบสิ่งต่างรอบข้างตัวรถของท่านเมื่อเวลาอยู่บนถนนจริง ซึ่งผู้ขับขี่ที่ดีจะมีทักษะในการมองทางกว้างโดยใช้
    การกวาดสายตาไปทางข้างเพื่อระแวดระวังสถานการณ์ต่างๆไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
        1.4 ทดสอบปฏิกิริยาเท้า มีความสำคัญอย่างมากต่อการหยุดรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ที่มีปฏิกริยาเท้าที่ว่องไว จะสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในสถานการณ์กระชั้นชิด เช่น รถคันหน้าเบรคกะทันหัน  มีสัตว์วิ่งตัดหน้ารถ เป็นต้น


    แบบทดสอบที่ 2 ทดสอบข้อเขียน

        การทดสอบข้อเขียนนั้นมีจุดประสงค์เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจของผู้ทดสอบในด้านต่างๆ ได้แก่ กฏหมายจราจรเบื้องต้น  การอ่านป้ายสัญญาณต่างๆ มารยาทในการขับรถ และการบำรุงดูแลรักษารถเบื้องต้น  ซึ่งปัจจุบันได้มีการทดสอบที่มีความโปร่งใสและยุติธรรม ด้วยระบบ E-Exam ซึ่งเป็นการสอบผ่านเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบรรจุข้อสอบในแต่ละหมวดกว่า 1,000 ข้อ แล้วใช้วิธีสุ่มข้อสอบในหัวข้อต่างๆออกมาอย่างละเท่าๆกัน รวมจำนวนทั้งสิ้น 50 ข้อ โดยผู้ทดสอบจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 45 คะแนน หรือ 80 เปอร์เซนต์ จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ ซึ่งแนะนำให้ผู้ทำการทดสอบมีสมาธิและตั้งใจอ่านคำถามอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจตอบคำถาม นอกจากนี้ก่อนกดปุ่มส่งข้อสอบ ขอให้ตรวจทานคำตอบอีกครั้งหนึ่งเพราะหากมีข้อที่อยากเปลี่ยนคำตอบยังสามารถแก้ไขได้ แต่ถ้าหากท่านกดส่งคำตอบไปจะไม่สามารถแก้ไขคำตอบได้อีก ซึ่งหลังจากส่งคำตอบแล้ว ระบบจะทำการคำนวณคะแนนให้ทราบในทันที


    แบบทดสอบที่ 3 ทดสอบขับรถ

    การทดสอบขับรถถือเป็นการทดสอบผ่านแบบจำลองในสถานการณ์ต่างๆบนท้องถนนจริง ถือเป็นด่านทดสอบสำคัญที่ผู้ทดสอบจะแสดงถึงความพร้อมในการใช้รถใช้ถนนบนถนนจริง ซึ่งการทดสอบจะทดสอบใน 7 ท่าสอบ สำหรับรถยนต์ และ 5 ท่าทดสอบ สำหรับรถจักรยานยนต์ แต่ในทางปฏิบัตินั้นเพื่อให้เหมาะสมกับเวลา และจำนวนผู้ทดสอบในแต่ละวัน สำนักงานขนส่งโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร มักจะกำหนดท่าทดสอบไว้ที่ 3 ท่าทดสอบ อาทิเช่น สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร) จะกำหนดท่าทดสอบ 3 ท่า ได้แก่ 1.การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง 2.การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย  3.การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า เป็นต้น

        สำหรับขั้นตอนการของการทดสอบ ขั้นแรก เจ้าหน้าที่จะพาชมวิดีโอสาธิตการนำรถเข้าทดสอบ จากนั้นผู้ทดสอบที่พร้อมทำการสอบให้นำรถเข้าไปทดสอบตามคิวที่ได้รับ หากผ่านการทดสอบแล้วเจ้าหน้าที่จะให้เอกสารเพื่อนำไปดำเนินการออกบัตร และชำระค่าธรรมเนียมต่อไป


        อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นนะคะ การเตรียมพร้อมในการทดสอบถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก หากท่านมีการเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี เชื่อแน่ว่าจะต้องประสบความสำเร็จ เป็นผู้ขับขี่ที่มีความพร้อมที่จะใช้รถใช้ถนนด้วยความไม่ประมาท เคารพกฏจราจร และสร้างความปลอดภัยให้กับท้องถนนอย่างแน่นอนค่ะ

    นอกจากนี้แล้วการทำประกันภัยรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการคุ้มครองรถยนต์ของคุณได้ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1 ที่ดูแลครบ จบทุกความต้องการ หรือ ประกันรถยนต์ 2+ ซื้อง่ายคุ้มครองเร็ว หรือประกันรถยนต์ 3+ ประกันคุ้มจบในที่เดียว

    สำหรับใครที่สนใจประกันภัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://viriyahphuket.com/ หรือโทรสอบถามที่เบอร์ 090-279-9449

บทความอ้างอิง # บริษัท วิริยะประกันภัยจำกัด(มหาชน)
<< Share >>